จำนวนประเทศเดือดร้อนจากก่อการร้ายยังคงเพิ่มขึ้นแม้ยอดคนตายลดลง

ดัชนีการก่อการร้ายโลกปี 2562 ระบุว่า จำนวนประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายยังคงเพิ่มขึ้น แม้ว่ายอดผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 15.2 เมื่อปีก่อนก็ตาม

สถาบันเพื่อเศรษฐศาสตร์และสันติภาพหรือไออีพี (IEP) ที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลียเผยแพร่รายงานดัชนีการก่อการร้ายโลกปี 2562 ว่า การก่อการร้ายยังคงแพร่กระจายและเพิ่มขึ้น แม้ความเข้มข้นลดลง เพราะเมื่อปีที่แล้วมี 71 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คนจากเหตุที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย มากเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 15,952 คน จากที่เคยมากถึง 33,555 คนในปี 2557 ที่กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส (IS) พากองทัพนักรบเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง อัฟกานิสถานเป็นประเทศที่เกิดการก่อการร้ายมากที่สุด 1,443 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 7,379 คน ตามด้วยอิรัก 1,131 ครั้ง เสียชีวิต 1,054 คน ไนจีเรีย 562 ครั้ง เสียชีวิต 2,040 คน และซีเรีย 131 ครั้ง เสียชีวิต 662 คน นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2546 ที่อิรักไม่ติดอันดับหนึ่ง ขณะที่ยุโรปไม่มีการก่อการร้ายใหญ่เลยเมื่อปีก่อน และยอดผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายลดลงจากกว่า 200 คนในปี 2560 เหลือ 62 คน

ประธานบริหารไออีพีเขียนถ้อยแถลงประกอบรายงานว่า การล่มสลายของไอเอสหรือไอซิลในซีเรียและอิรักเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปีที่แล้วยุโรปตะวันตกเกิดเหตุก่อการร้ายน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555 และไม่มีผู้เสียชีวิตเพราะไอเอสเลย อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เพราะยังคงมีการแย่งชิงพื้นที่ในซีเรีย ประกอบกับกลุ่มเล็ก ๆ ที่เชื่อตามไอเอสยังคงเคลื่อนไหวอยู่ จึงอาจก่อเหตุในยุโรปได้ในอนาคต รายงานตั้งข้อสังเกตว่า ยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือและโอเชียเนียมีผู้เสียชีวิตเพราะกลุ่มขวาจัดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 320 ในช่วง 5 ปีมานี้ พร้อมกับยกเหตุระเบิดมัสยิดสองแห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ที่มีผู้เสียชีวิต 51 คน ว่าเป็นตัวอย่างของการที่แนวคิดขวาจัดแพร่กระจายไปยังประเทศที่ไม่เคยมีประวัติการก่อการร้ายมาก่อน

ดัชนีนี้นิยามคำว่า “ก่อการร้าย” ว่าหมายถึง การที่ผู้ไม่ใช่รัฐใช้หรือขู่จะใช้กำลังและความรุนแรงผิดกฎหมายเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา หรือสังคม โดยใช้ความกลัว ข่มขู่ หรือคุกคาม